การรักษาสิวอักเสบ

ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน เมื่อกลับถึงบ้านควรรีบล้างทำความสะอาดใบหน้า ให้สะอาดปราศจากคราบความมันและเครื่องสำอาง ด้วยการใช้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน หรือ เจลล้างหน้าที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก เพื่อช่วยลดการอุดตันของผิวหน้า

ทายาอย่างสม่ำเสมอ ก่อนล้างหน้าให้ใช้เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อสิว ทาบาง ๆ ให้ทั่วผิวหน้าทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างหน้าตามปกติ จากนั้นจึงใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาในกลุ่มคลินดามัยซิน ซึ่งเป็นยาลดการอักเสบสิว ทาบาง ๆ บริเวณหัวสิวทุกครั้งหลังล้างหน้า

กินยาฆ่าเชื้อสิว สำหรับคนที่มีสิวอักเสบขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีอาการปวดสิวมากกว่าปกติ ให้รักษาสิวด้วยการทายา ควบคู่ไปกับการกินยาฆ่าเชื้อสิว และยาแก้อักเสบติดต่อกัน 2-4 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อบรรเทาอาการสิว และหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน

ใช้วัตถุดิบง่าย ๆ ใกล้ตัวพอก เพื่อช่วยบรรเทาการอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นดินสอพอง หอมแดง หรือน้ำผึ้ง โดยนำมาทาบาง ๆ บริเวณที่เป็นสิวอักเสบ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก จะช่วยลดอาการบวมแดงและทำให้สิวยุบตัวได้เร็วขึ้น

ฉีดรักษาสิว โดยการใช้ยากลุ่มที่ช่วยลดการอักเสบ และยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน เพื่อบรรเทาอาการอักเสบและทำให้สิวยุบตัวลง

หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าบ่อย ๆ หลายคนเวลาเป็นสิวมักไม่มั่นใจ ชอบเอามือลูบหรือจับสิวเป็นประจำ สาว ๆ รู้ไหมว่านั่นจะยิ่งทำให้สิวเกิดการปะทุอักเสบได้มากกว่าเดิม ทางที่ดีในช่วงนี้ควรเลี่ยงการลูบหน้าแรง ๆ บีบสิว รวมถึงการมาส์ก และสครับผิวหน้าออกไปเสียก่อน เพื่อไม่ให้ผิวถูกรบกวนจนเกิดการระคายเคืองไปมากกว่าเดิม

Read More

ล้างหน้าให้ถูกต้อง

หากเราแต่งหน้าควรทำการลบเครื่องสำอางด้วย เมคอัพ รีมูฟเวอร์ ก่อนแล้วค่อยล้างหน้าค่ะ

เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าให้เหมาะกับผิวของคุณค่ะ ยิ่งเราเป็นคนผิวแพ้ง่ายด้วยแล้วยิ่งควรพิถีพิทันในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม มีความละเอียดอ่อนต่อผิวหน้า

ใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิปกติหรือก็คือน้ำประปาที่เราใช้กันอยู่ทุกวันดีที่สุดแล้วสำหรับการล้างหน้าและทำความสะอาดผิวของเรา ต่อกันด้วยบีบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าลงบนฝ่ามือในปริมาณพอสมควรผสมน้ำเล็กน้อยและถูกให้เกิดฟองค่ะ เมื่อถูจนเนื้อผลิตภัณฑ์แตกตัวจนหมดแล้วให้เริ่มนำมาถูนวดเบาๆ ที่บริเวณผิวหน้าโดยเริ่มจากตรงจมูกนวดไปทางหูให้วนเป็นวงกลมโดยใช้ทั้ง 2 มือในการทำไปพร้อมกัน เมื่อคิดว่าพอแล้วก็ให้ใช้นำสะอาดล้างหน้าเป็นอันเสร็จค่ะ

หลังจากการล้างหน้าให้สะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมบำรุงผิวหน้าหลังล้างหน้าด้วยนะคะ เพื่อจะไม่ทำให้หน้าที่เราล้างแล้ว แห้งหรือตึงจนเกินไปค่ะ

Read More

6 ข้อเท็จจริงของสิวเสี้ยน

สาเหตุที่แท้จริงของสิวเสี้ยนและสิวหัวดำ

หลายคนคงงงว่า อยู่ดี ๆ ก็มีเจ้าสิวเสี้ยนและสิวหัวดำมากวนใจบนหน้าได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ก็คิดว่าล้างหน้าสะอาดดีทุกวันแล้ว แต่รู้ไหมว่า สิวเสี้ยนและสิวหัวดำ เกิดจากความมันและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญทุกวันมารวมกันอยู่ในรูขุมขน ฟังแล้วดูน่ายี้มากเลยใช่ไหมล่ะคะ อีกทั้งสิวเหล่านี้ก็สามารถทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น แถมยังทำให้ผิวไม่เรียบเนียนด้วย

สิวหัวดำกลายร่างเป็นสิวอุดตันได้

หากบนผิวหน้าของคุณมีสิวหัวดำปรากฏอยู่ ก็ควรจะกำจัดมันให้ออกไปอย่างเร็วที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นสิวหัวดำที่แสนจะน่าเกลียด จะกลายร่างเป็นสิวอุดตันที่รักษายากกว่าเดิมอีกต่างหาก

สาเหตุเกิดจากความมัน

โดยปกติแล้วใบหน้าของคนเราผลิตน้ำมันออกมาอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหน้ามันมากกว่าคนปกติ คุณก็จะมีโอกาสเป็นสิวหัวดำได้มากกว่าคนที่มีสภาพผิวธรรมดา ทางที่ดีหากหน้าเริ่มมันควรซับออกบ่อย ๆ เพื่อลดการเกิดสิวหัวดำใหม่ดีกว่านะคะ

กลับมากวนใจได้เสมอ

หากคุณจัดการสิวหัวดำเจ้ากรรมออกไปอย่างไม่ถูกวิธี เชื่อไหมว่ามันสามารถกลับมากวนใจได้เรื่อย ๆ เลยล่ะ หลายคนที่ประสบปัญหาสิวหัวดำก็มักจะใช้แผ่นลอกสิวหัวดำ ซึ่งเมื่อลอกแผ่นนั้นออกคุณจะเห็นว่าสิวป็นจุดดำ ๆ น่ายี้เต็มไปหมด การกำจัดสิวหัวดำด้วยวิธีนี้ก็ไม่ผิด แต่เมื่อทำเสร็จแล้วคุณควรจะต้องล้างหน้าให้สะอาดและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อให้รูขุมขนสะอาด แล้วสิวหัวดำก็จะไม่มากวนใจอีก

เบกกิ้งโซดาช่วยเคลียร์ปัญหา

วิธีการกำจัดสิวหัวดำแสนง่ายและสามารถทำได้เองที่บ้านด้วย คือการใช้เบกกิ้งโซดา เพียงนำมาขัด ๆ ถู ๆ ในบริเวณที่เป็นสิวหัวดำ หรืออาจจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยขจัดสิวหัวดำ อย่างโฟมล้างหน้าหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยแก้ปัญหาสิวหัวดำมาใช้ควบคู่กันไปด้วยก็ได้ แต่ถ้าทำวิธีเหล่านี้แล้วสิวหัวดำก็ยังไม่หายไปเสียที ก็คงต้องไปปรึกษาแพทย์แล้วล่ะ

อ่อนโยนดีกับผิวที่สุด

ถ้าไม่อยากให้สิวหัวดำกลับมากวนใจอีก ก็ควรเปลี่ยนนิสัยในการบำรุงผิวหน้าใหม่ดีกว่า ด้วยการสัมผัสผิวหน้าให้เบาที่สุด ไม่ต้องสครับผิวหรือขัดผิวบ่อย ๆ และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว อย่างผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผสมน้ำหอมซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว เพียงเท่านี้หน้าของคุณก็จะใสไร้สิวหัวดำแล้วจ้ะ

Read More

5 วิธีเลือกเครื่องประทินผิว

ใช้เครื่องสำอางแบบประยุกต์

การหยิบเครื่องสำอางที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้ทำได้หลายหน้าที่ ช่วยทำให้คุณไม่ต้องซื้อของหลายชิ้นเพื่อสร้างขยะให้ล้นโลกเปล่า ๆ เช่น หากมีปัญหารอบดวงตาที่จำเป็นต้องใช้คอนซีลเลอร์มาปกปิดไม่ให้เห็น แต่ถ้าหากคุณมีรองพื้นที่ใช้อยู่เป็นประจำแล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อคอนซีลเลอร์มาใช้ให้เปลือง เพราะรองพื้นที่ใช้อยู่นี่แหละ สามารถนำมาประยุกต์ให้กลายเป็นคอนซีลเลอร์ปกปิดปัญหาต่าง ๆ รอบดวงตาได้ โดยการแตะมาเพียงเล็กน้อย แล้วใช้นิ้วแตะ ๆ ให้เนียนไปกับผิวรอบดวงตา ง่าย ๆ แถมประหยัดอีกด้วย

เลือกแพคเกจแบบรักษ์โลก

นับวันปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นไม่หยุดหย่อน และสาว ๆ อย่างเราที่ต้องซื้อเครื่องสำอางบ่อย ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่สร้างขยะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ แค่เพียงรู้จักเลือกเครื่องสำอางที่แพคเกจรีไซเคิลได้ หรือเลือกซื้อแต่แพคเกจที่ทำจากแก้ว เพราะแก้วสามารถรีไซเคิลได้ และยังไม่มีสารเคมีที่ส่งผลเสียต่อเนื้อผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้อีกด้วย จะสวยทั้งทีก็อย่าลืมนึกถึงสิ่งแวดล้อมกันด้วยเนอะ

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทดลองกับสัตว์

หากคุณเคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตเครื่องสำอาง คุณคงจะรู้ว่ากว่าการที่เครื่องสำอางจะออกมาวางขายตามท้องตลาดให้ได้ซื้อกันนั้น ต้องผ่านการทดลองกับสัตว์มามากมาย ซึ่งเรื่องนี้อาจจะไปกระทบกระเทือนจิตใจคนรักสัตว์ไม่น้อยเลยทีเดียว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกไม่เห็นด้วยการกับทดลองในสัตว์ ต่อไปก็ลองเลือกซื้อเครื่องสำอางที่ไม่ผ่านการทดสอบกับสัตว์มาใช้ดูสิคะ

อ่านฉลากก่อนซื้อ

รู้หรือไม่ว่า สารเคมีบางตัวที่ผสมลงไปในเครื่องสำอางอย่าง โพรไพลีน ไกลคอล (Propylene Glycol), โซเดียม ลอริล ซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulfate), โซเดียม ฟลูออไรด์ (Sodium Fluoride) หรือน้ำหอมต่าง ๆ นั้น เป็นต้นเหตุทำลายสุขภาพ และทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย ฉะนั้นหากต้องการช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม ควรซื้อผลิตภัณฑ์ประทินผิวที่ปราศจากสารเคมีเหล่านี้นะจ๊ะ

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ

อย่าคำนึงถึงผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมจนลืมนึกถึงสุขภาพของตัวคุณเองไปนะคะ ลองเปลี่ยนมาเลือกผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ปราศจากสารเคมี หรือสกัดจากธรรมชาติดีกว่า เพราะหากคุณเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีแต่สารเคมี พวกสารเหล่านั้นจะสะสมตกค้างอยู่ในร่างกาย จนอาจนำไปสู่โรคมะเร็งที่แสนน่ากลัวยังไงล่ะคะ ฉะนั้นป้องกันไว้ก่อนที่จะสายดีกว่าเนอะ

Read More

5สูตรเด็ดเคล็ดลับของการกำจัดขน

ขัดผิวก่อนกำจัดขน

อย่าเพิ่งคิดว่าการขัดผิวก่อนการกำจัดขนจะไม่จำเป็น เพราะหากคุณคิดจะกำจัดขนก็ทำเลย พวกเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้ ฉะนั้นมาขัดผิวให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไปก่อนดีว่า อีกทั้งยังทำให้ขนที่ต้องการกำจัดหลุดออกไปอย่างง่ายดายขึ้นด้วย

กำจัดขนเมื่อผิวดีพร้อม

หากผิวของคุณมีปัญหาต่าง ๆ มากมายที่รู้สึกแสบคันระคายเคืองง่าย ควรจะเลี่ยงการไปเลเซอร์กำจัดขนเถอะ ไม่อย่างนั้น แทนที่ขนจะหลุดออกไปให้ผิวกลับดูเรียบเนียนสวยงาม แต่ผิวของคุณก็อาจจะแย่จนต้องไปหาแพทย์ผิวหนังให้รักษากันอีกยาว

บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก่อนกำจัดขน

รู้หรือไม่ว่า การบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก่อนกำจัดขน จะทำให้ขนอ่อนตัวแล้วหลุดออกไปได้ง่ายขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ก่อนวันกำขัดขนประมาณ 5-7 วัน ให้นำน้ำมันมะกอกมาทาลงไปบนผิวหนัง เพราะบำรุงได้ล้ำลึกและไม่อุดตันรูขุมขนด้วย รวมทั้งให้ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ จะช่วยทำให้ขนหลุดง่าบและผิวไม่ระคายเคืองหลังการกำจัดขนด้วย

เครื่องกำจัดจนไฟฟ้าสุดเริด

หากคุณผู้หญิงคนไหนโกนหนวดอ่อน ๆ บนหน้าหรือตรงส่วนบิกินี่ไลน์ ให้ลองเลือกใช้เครื่องกำจัดขนไฟฟ้าแบบเบสิก ๆ นี่แหละดีที่สุดแล้ว เพราะเจ้าเครื่องนี้จะทำลายล้างรากขนด้วยกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวนุ่มนิ่ม และหลังจาก 1-2 ปีที่กำจัดขนด้วยวิธีนี้เป็นประจำ ขนของคุณจะค่อย ๆ บางลงจนแทบจะไม่มีเหลือด้วยนะ

ใช้เซรั่มหน้ามาบำรุงผิวหลังกำจัดขน

หลังการกำจัดเสร็จแล้ว อาจเกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ที่ทำให้รำคาญใจ ฉะนั้นลองหยิบเซรั่มบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมชองคาโมมายล์, ข้าวโอ๊ต, แตงกวา หรือชาเขียวมาทาลงไปบนผิวหนังหลังจากกำจัดขนเสร็จแล้ว เพื่อบรรเทาผิวหนังไม่ให้เกิดอาการแสบคันระคายเคืองหรือผิวหนังแดงที่เชื่อว่าหลายคนเคยพบเจอ

Read More

รอยดำจากสิว

ใช้หอมแดง + น้ำมะนาวนิดหน่อย

สูตรนี้ทำง่ายมาก ๆ เพียงแค่คุณหั่นหอมแดงบาง ๆ แล้วขยำให้มีน้ำออกมาเล็กน้อย บีบน้ำมะนาวประมาณสิบหยดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วพอกหอมแดงบริเวณที่มีรอยสิวใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที จากนั้นก็ล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้ทำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ รอยสิวที่ดำคล้ำจะเลือนหายไปอย่างที่สาว ๆ ต้องการแน่นอนค่ะ

มะละกอสุกบด

นอกจากมะละกอจะช่วยให้ผิวทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลแล้ว ยังช่วยลดรอยสิวได้อีกด้วย เพราะในเนื้อมะละกอมีเอ็นไซม์ที่ช่วยเนื้อเยื่อที่ตายแล้วให้หลุดลอกได้ง่าย ดังนั้นมะละกอจึงเป็นยาดีที่จะช่วยให้ผิวผลัดเซลล์ได้เร็วขึ้น สาว ๆ เพียงแค่ปอกมะละกอสุกแล้วล้างให้ยางออกจนหมด แล้วบดให้ละเอียด พอกมะละกอบนผิวหน้าเป็นเวลา 10-15 นาที แล้วล้างออก คุณจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มชุ่มชื่นของผิว หากใช้เป็นประจำจะช่วยรอยสิวจางลงได้จ้า

ใบบัวบกปั่นละเอียด

ใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยในการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ และสารที่ช่วยสร้างคอลาเจนให้ผิวหน้าเด้งดึงดูสุขภาพดีและผลพลอยได้จากการสร้างคอลาเจนก็คือจะทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ส่งผลให้รอยสิวจางไปด้วย เพียงแค่สาว ๆ นำใบบัวบกมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด โดยหยอดน้ำลงในโถปั่นนิดหน่อย จากนนั้น ให้สาว ๆ นำมาพอกหน้าได้เลยค่ะ และต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าให้สะอาดค่ะ

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

น้ำมะพร้าวขึ้นชื่อว่าเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีกรดลอริคในปริมาณที่พอเหมาะกับผิว ซึ่งเป็นกรดที่ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยลดรอยดำที่เกิดจากสิว อีกทั้งยังสามารถทำให้ผิวหนังบริเวณที่หยาบกร้านอ่อนนุ่มลงได้ เพียงแค่ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวมาทาบนผิวหน้า และรอประมาณ 20 นาทีให้น้ำมันมะพร้าวซึมซาบได้เต็มที่แล้วจึงล้างหน้าด้วยโฟมให้สะอาดค่ะ เมื่อใช้เป็นประจำสาว ๆ จะมีผิวหน้าที่เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น แลดูสุขภาพดี รอยสิวจางลงอย่างเห็นได้ชัดเลยจ้า

Read More

ผิวกายขาว

สครับผิวเป็นประจำ เพื่อเป็นการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมถึงสิ่งสกปรกที่อุดตันที่อยู่บนผิว โดยให้สาว ๆ ใช้เกลือสำหรับขัดผิว หรือสครับฺผิวสูตรธรรมชาติอย่าง มะขามเปียก ขมิ้น น้ำนม หรือน้ำตาลทรายแดง ขัดลงบนผิวเปียกน้ำเบา ๆ ให้ทั่วร่างกาย ขณะอาบน้ำเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ผิวที่เคยคล้ำเสียหม่นหมองดูขาวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งหลังอาบน้ำ หลังทำความสะอาดผิวเสร็จทุกครั้ง สาว ๆ ควรใช้ครีมบำรุง หรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง วิตามินซี และวิตามินบี มาลูบไล้ลงบนผิวกายให้ทั่วทุกครั้งก่อนทาครีมกันแดด ส่วนตอนกลางคืนอาจใช้ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้น (เซรั่ม) ทาให้ทั่วผิวกายก่อนนอน เพื่อช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพให้ดูสดใสเปล่งปลั่ง เติมความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างพอเหมาะ

เสริมวิตามินเพื่อผิวสวยจากธรรมชาติ โดยการเลือกรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี อี คอลลาเจน กลูต้าไธโอน อันมีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระและเร่งการผลัดเซลล์ผิว โดยเฉพาะในนม โยเกิร์ต ผลไม้ตระกูลเบอร์รี อะโวคะโด บรอกโคลี ธัญพืช ปลาทะเลน้ำลึก เพราะนอกจากจะช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดี ยังเป็นการดีท็อกซ์ของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย

ปกป้องผิวให้ไกลจากแสงแดด ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง สาว ๆ จะละเลยไม่ได้โดยเด็ดขาด คือ การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของสารกันแดด ไวท์เทนนิ่ง วิตามินบี 3 ที่มีคุณสมบัติปกป้องรังสี UVA และ UVB โดยเลือกค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ทาผิวกายก่อนออกแดด 20 นาที และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเมื่อต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน

ดื่มน้ำมาก ๆ วันละไม่ต่ำกว่า 8 แก้ว เพราะน้ำ คือ องค์ประกอบสำคัญในร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่ช่วยหล่อเลี้ยงผิว ดูแลระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย และช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใสชุ่มชื่นขึ้นได้ นอกจากนี้ยังช่วยขับของเสียที่ตกค้างสะสมอยู่ในร่างกายออกมาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ ใน 1 สัปดาห์ สาว ๆ ควรหาเวลาออกกำลังกายประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง/วัน เพื่อช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนและขับของเสียออกมาทางเหงื่อ ทำให้ผิวดูสดใสอ่อนเยาว์มากขึ้น นอกจากนี้ยังควรนอนหลับพักผ่อนให้มากพอไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวดูสดใสไม่โทรมอ่อนล้า

Read More

สูตรลับความงามแบบธรรมชาติ

มาส์กตาจากธรรมชาติ

ถ้าวันไหนเหนื่อย ๆ หน้าดูโทรม ขอบตาก็ดำคล้ำ ลองมามาส์กตากันหน่อยไหมล่ะ โดยใช้แค่เพียงนำน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชาผสมกับกากกาแฟสด จากนั้นใช้นิ้วปาดส่วนผสมนี้มาทาลงไปที่ใต้ตาแล้วมาส์กทิ้งไว้สักพัก เพราะในน้ำมันมะกอกช่วยเติมความชุ่มชื้นและคาเฟอีนในกาแฟช่วยกระตุ้นการไหลเวียน ซึ่งจะทำให้ความคล้ำรอบดวงตาหายไป ลองมาส์กด้วยวิธีนี้เพื่อคืนความสดใสให้รอบดวงตาดูสิ

มาส์กแก้ปัญหาปากแห้งลอก

หากกำลังประสบปัญหาปากแห้งลอกเป็นแผ่น ๆ จนเลือดซิบ ให้ลองนำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมันมะกอกเพียงเล็กน้อยมามาส์กให้ทั่วริมฝีปาก เพราะในน้ำผึ้งมีเอนไซม์ที่อ่อนโยน ซึ่งจะช่วยทำให้ริมฝีปากนุ่มขึ้นและน้ำมันมะกอกก็ช่วยเติมความชุ่มชื้นให่้ริมฝีปาก ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวลปัญหาริมฝีปากลอกแล้วจ้า
สครับผิวแบบฉบับไร้เคมี

มากำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้ออกไปจากผิวหน้าด้วยการสครับผิวกันเถอะ โดยการนำน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชามาผสมกับถั่วบด 1 ช้อนโต๊ะ แล้วคนผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมาสครับหน้าอย่างเบามือได้เลย นอกจากนี้ยังใช้ครับปากเพื่อเคลียร์ปัญหาปากแห้งลอกได้ด้วยนะ

สลายเซลลูไลท์ด้วยกากกาแฟ

รู้หรือไม่ว่า กากกาแฟเหลือใช้นี่แหละช่วยสลายเซลลูไลท์ได้ วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย แค่นำกากกาแฟมาทาตรงส่วนที่มีปัญหาเซลลูไลท์ จากนั้นก็ห่อด้วยพลาสติกห่ออาหาร ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วค่อยเอาพลาสติกที่ห่อออก ล้างให้สะอาด ทำแบบนี้ซ้ำเป็นประจำ จะช่วยให้เซลลูไลท์ที่มากวนใจหายไปได้

ผิวแน่นกระชับด้วยสูตรลับจากธรรมชาติ

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวเปล่งปลั่งและแน่นกระชับกันทั้งนั้นแหละ แต่หากไปซื้อสกินแคร์แก้ปัญหาจุดนี้โดยตรงก็อาจจะทำให้ต้องเสียเงินมากมาย ฉะนั้นลองหันมาใช้สูตรลับจากธรรมชาติกันเถอะ โดยการนำผักชีฝรั่งมาสับละเอียด แล้วนำไปผสมกับน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล 2 ช้อนและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 3 ช้อน จากนั้นนำส่วนผสมมามาส์กไว้ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก แค่นี้ก็จะได้เป็นเจ้าของผิวตึงกระชับและเปล่งปลั่งสดใสแล้วจ๊ะ

มาสก์หน้า

 

แตงกวา ยังคงถือว่าเป็นพันธมิตรที่ดีต่อดวงตาอยู่เสมอ เพราะไม่ว่าจะมีครีมที่ดีแค่ไหน ก็ยังสู้การใช้แตงกวามาโปะรอบดวงตาให้หายบวมไม่ได้ แถมยังเป็นวิธีที่ประหยัดสุด ๆ อีกด้วย แค่ฝานแตงกวาให้เป็นแว่น ๆ แล้ววางทับบนดวงตาที่บวม ทิ้งไว้สักพัก ดวงตาที่เหนื่อยล้าก็จะกลับสดใสขึ้นเหมือนเดิม

DIY บลัชออนจากบีทรูท

บีทรูทหรืออาจเรียกว่า ผักกาดฝรั่งหรือผักกาดแดง เป็นผักที่มีสีสดเด่นชัดจนสามารถนำมาแปลงโฉมให้กลายเป็นบลัชออนจากธรรมชาติได้ โดยเริ่มจากการหั่นบีทรูทตรงกลาง จากนั้นใช้นิ้วปาดให้สีของน้ำบีทรูทติดนิ้ว แล้วแตะ ๆ ไปตามโหนกแก้มเหมือนกับการใช้ครีมบลัชนั่นแหละ จากนั้นรอจนกว่าจะแห้งแล้วค่อยทาแป้งทับลงไป เพียงเท่านี้ใบหน้าของคุณก็จะสวยสดใสราวกับสาววัยแรกรุ่น แถมยังไม่มีเคมีและประหยัดเงินซื้อบลัชออนไปได้เยอะ

ล้างหน้าสะอาดด้วยโยเกิร์ต

วันไหนที่เกิดโฟมล้างหน้าหมดโดยไม่ทันได้ซื้อมาตุนไว้ ก็ไม่ต้องกังวลว่าหน้าจะไม่สะอาดไป เพราะคุณสามารถนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติธรรมดา ๆ ที่ไม่ใช่แบบไขมัน 0 เปอร์เซ็นต์นี่แหละ มาล้างหน้าให้สะอาดแทนโฟมล้างหน้าได้ อีกทั้งยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากไขมันอิ่มตัวในโยเกิร์ตด้วย จึงเหมาะสุด ๆ สำหรับสาวผิวแห้งเลยจ้า

 

แปลงโฉมเป็นสาวผิวแทนด้วยวิธีธรรมชาติ

อย่าเพิ่งคิดว่าเทรนด์ความขาวมาแรงสุด เพราะตอนนี้สาว ๆ หลายคนก็เริ่มหันไปฮิตทำผิวสีแทนสุดเซ็กซี่กันแล้ว ซึ่งใครที่มีผิวขาวแล้วอยากแปลงโฉมเป็นสาวผิวแทน สามารถทำได้โดยการนำชาเอิร์ลเกรย์ไปจุ่มไว้ในน้ำร้อนประมาณ 30 นาทีจนกว่าจะเย็น จากนั้นนำสำลีก้อนกลมไปชุบที่น้ำชาแล้วนำมาเช็ดให้ทั่วใบหน้า วิธีนี้จะช่วยทำให่้ใบหน้าของคุณดูโกลว์ ๆ แทน ๆ มีสุขภาพดีโดยไม่มีสารเคมีเจือปนเลยล่ะ

ผิวหน้ากระจ่างใสด้วยสตรอว์เบอร์รี

สาว ๆ คนไหนที่เคยเข้าร้านเสริมสวยหรือคลินิกเสริมความงามเพื่อไปทำทรีทเม้นท์ผลไม้กันมาบ้าง ? ต้องยอมรับจริง ๆ เลยว่าราคาก็แพงใช่เล่น เพื่อความประหยัดมากยิ่งขึ้น ลองหันมาทำทรีทเม้นท์ผลไม้ที่บ้านกันเถอะ เริ่มจากจากนำสตรอว์เบอร์รีที่สุกเต็มที่แล้วมาตัดส่วนท้ายออกไป แล้วนำผลสตรอว์เบอร์รีที่เหลือมาถู ๆ นวด ๆ ให้ทั่วใบหน้า พวกกรดและวิตามินต่าง ๆ จากสตรอว์เบอร์รีจะช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ทำความสะอาดรูขุมขนด้วยไอน้ำ

หากผิวหน้าของคุณมีปัญหาสิว หมองคล้ำ และปัญหาอื่น ๆ บ่อยนัก ลองเคลียร์รูขุมขนให้สะอาดกันหน่อยดีกว่า โดยการนำถุงชาลงไปจุ่มในน้ำต้มเดือดในกระทะ เมื่อน้ำเดือดแล้วให้เอากระทะออกมาจากเตาแก๊ส แล้วนำหน้าเข้าไปอังใกล้ ๆ ไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมา แค่นี้รูขุมขุนก็จะสะอาดไร้ปัญหาผิวต่าง ๆ ที่จะมากวนใจแล้วล่ะ

ล้างเครื่องสำอางหมดจดด้วยน้ำมันธรรมชาติ

เมื่อแต่งหน้าแบบจัดเต็มออกไปลัลล้าระหว่างวันมาแล้ว กลับบ้านก็ควรล้างให้สะอาดหมดจดด้วยการนำน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันมะกอก 2 หยดมาผสมกัน แล้วนำมานวด ๆ ให้ทั่วใบหน้าจนกว่าเครื่องสำอางจะหลุดออกหมด แค่นี้ใบหน้าก็จะสะอาดใสไร้สิวและปัญหาผิวอื่น ๆ มาย่างกรายแล้ว

Read More

แก้ผิวดำจากแดด

พอกบำรุงผิวแบบจัดเต็ม

น้ำนม อาจใช้น้ำนมแช่เย็น เพื่อช่วยให้ผิวสดชื่น ด้วยการเทใส่ลงในอ่างอาบน้ำ หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำนมแล้วค่อย ๆ ทาให้ทั่วตัว ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง กรดแลกติกและโปรตีนที่อยู่ในน้ำนม จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงได้อย่างล้ำลึกเปลี่ยนผิวให้ขาวใสและนุ่มนวล

ว่านหางจระเข้ ปอกเปลือกลอกเอาแต่เนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ แล้วล้างน้ำให้สะอาดจนหมดยาง จากนั้นจึงนำไปปั่นให้พอแหลก แล้วนำมาพอกลงบนผิวให้ทั่วขณะอาบน้ำ ทิ้งไว้ 15-20 นาที จะช่วยลดความหยาบกร้านของผิวไหม้แดดให้ชุ่มชื้น เต่งตึงขึ้น

น้ำผึ้ง นอกจากมีรสอร่อยชุ่มคอ มีกลิ่นหอมหวาน น้ำผึ้งยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่มีส่วนช่วยคืนความอ่อนเยาว์และฟื้นฟูผิวจากรังสียูวีได้อีกด้วย เพียงแค่นำมาพอกลงบนผิวขณะอาบน้ำแล้วใช้ปลายนิ้วนวดวนเบา ๆ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก จะช่วยซ่อมแซมผิวไหม้เสีย หรือผิวที่กำลังอักเสบให้แข็งแรงและชุ่มชื่นขึ้นได้ในเร็ววัน

ใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับขัดผิว สาว ๆ หลายคนอาจจะเคยใช้สครับ หรือเกลือสปาขัดผิวเป็นประจำอยู่แล้ว คราวนี้เรามาเพิ่มประสิทธิภาพในการขัดเซลล์ผิวเก่าที่ดูคล้ำเสียให้มากขึ้นอีกนิด ด้วยการใช้ใยบวบ หรือฟองน้ำช่วยขัดเบาๆ ให้ทั่วร่างกาย เพื่อช่วยให้ผิวสะอาดใสหมดจด

ทาครีมบำรุงให้ผิวสดใสแข็งแรง หลังจากทำความสะอาดผิวทุกครั้งแล้ว ควรเติมอาหารให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื่นสดชื่นอยู่เสมอ ด้วยการทาครีม หรือโลชั่นสูตรเข้มข้นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ วิตามินซี วิตามินอี เป็นประจำทุกครั้ง โดยการลูบไล้ให้ทั่วลงบนผิวเปียกหมาด จะช่วยให้วิตามินในครีมซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีกว่า

ทำทรีทเม้นท์บำรุงผิว สำหรับใครที่อยากผิวขาวใสอย่างรวดเร็วทันใจ อาจใช้ทางลัดอย่างการทำเลเซอร์บำรุงผิว ทำทรีทเม้นท์ หรือทำสปาผิวโดยเฉพาะกับคลินิกเสริมความงาม หรือสปา เช่น การขัด อบ พอก แช่ เพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เติมวิตามินต่าง ๆ ลงสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก และมีประสิทธิภาพ

นอกจากทำตามวิธีที่เรานำมาฝากแล้ว สาว ๆ ควรใส่ใจดูแลเรื่องอาหาร และสุขภาพผิวร่วมด้วย โดยการเลือกรับประทานผักผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี อี และแร่ธาตุสำคัญในการบำรุงผิว นอกจากนี้ยังควรดื่มน้ำเปล่าต่อวันมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยรักษาสมดุลให้ผิวพรรณตึงกระชับชุ่มชื่นอยู่เสมอ

Read More

ดูแลผิวช่วงหน้าฝน

1. หลีกเลี่ยงการตากฝน เพราะในน้ำฝนมีสิ่งสกปรกปนอยู่มากมาย อีกทั้งยังมีฤทธิ์เป็นกรด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ หลังตากฝนแล้วสาว ๆ ก็ควรชำระล้างร่างกายให้สะอาดทันทีนะคะ

2. พยายามทำตัวให้แห้งอยู่เสมอ เพราะอากาศชื้นให้ฤดูฝนทำให้ง่ายแก่การเกิดโรคจากเชื้อรา ซึ่งเป็นปัญหาต่อผิวหน้า เช่น สิวผด เชื้อราบริเวณต่าง ๆ วิธีป้องกันคือ พยายามหาแป้งฝุ่นมาทาอย่างสม่ำเสมอ หรือควรพกผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ติดกระเป๋าตลอด จะได้มีผ้าไว้เช็ดผิวได้ทุกครั้งหลังตากฝนจ้า

3. ล้างหน้าด้วยคลีนซิ่ง หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก เพราะหน้าฝนอากาศจะชื้น ทำให้ผิวของเรามีการสะสมของแบคทีเรียมากเป็นพิเศษ สาว ๆ จึงควรเอาใจใส่ผิวของตัวเองให้มากเป็นพิเศษด้วยค่ะ

4. ทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ อาจมีบางครั้งที่สาว ๆ หลีกเลี่ยงการตากฝนไม่ได้ โลชั่นที่ทาในตอนเช้าจึงอาจโดนน้ำฝนชะล้างไปหมด จนผิวแห้งกร้าน ดังนั้นสาว ๆ ควรพกโลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ติดกระเป๋าไว้เสมอ เมื่อเช็ดผิวจนแห้งแล้ว จะได้นำออกมาทาได้ทันที เพื่อบำรุงให้ผิวชุ่มชื่นสุขภาพดีตลอดเวลาค่ะ

5. หลังล้างหน้าควรเช็ดด้วยโทนเนอร์อีกครั้ง เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่มากับน้ำฝนไม่ให้ตกค้าง ผิวของสาว ๆ จะได้สะอาดหมดจด ไม่มีปัญหาสิวอุดตันและยังช่วยให้กระชับรูขุมขนอีกด้วย

6. การใช้สำลีแผ่นเช็ดหน้าดีที่สุด เพราะสำลีแผ่นสามารถทำความสะอาดผิวหน้าได้ทั่วถึงทุกซอกทุกมุมดีกว่าสำลีก้อน นอกจากนี้ สำลีแผ่นยังดูดซับผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่พอเหมาะ เป็นการช่วยสาว ๆ ประหยัดได้อีกทางหนึ่งด้วยจ้า

7. ทาครีมกันแดดทุกวัน แม้จะไม่ค่อยมีแดดในฤดูฝนก็ใช่ว่าจะไม่มีรังสี UV มาทำร้ายผิว ครีมกันแดดจึงสำคัญสำหรับทุกฤดู เพราะสามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยเหี่ยวย่น และปัญหาอีกหลายอย่างที่จะตามมา

8. ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ วันละประมาณ 8-10 แก้ว เพื่อปรับสมดุลของร่างกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพผิวที่ดีค่ะ

Read More